important day thai

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วันสิ่งแวดล้อมไทย 4 ธันวาคม ของทุกปี





วันสิ่งแวดล้อมไทย

จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่ ทรงพระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าถวายพระพร เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2532 เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ด้วยทรงห่วงใยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนชาวไทยกำลังประสบอยู่ในปัจจุบัน พร้อมทั้งตรัสเตือนให้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยให้ถือเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องปฏิบัติ มิใช่เพียงเพื่อประเทศไทย แต่เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของโลกด้วย


จากจุดนี้ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม จึงน้อมรับกระแสพระราชดำรัสมาเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวในการดำเนิน งานเพื่อสิ่งแวดล้อมของทุกฝ่าย และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นควรถือเป็นนิมิตหมายอันดี กำหนดให้วันที่ 4 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันสิ่งแวดล้อมไทยเพื่อท่พสกนิกรชาวไทยจะได้ร่วมสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยและทรงพากเพียร ปฏิบัติเพื่อยังความผาสุกของราษฎรมาโดยสม่ำเสมอ



สิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนในวงกว้าง ในช่วงเวลาที่ผ่านมา การพัฒนาประเทศ อัตราการเพิ่มขึ้นของประชากร ทำให้การใช้ทรัพยากรมีเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย แต่การจัดการทรัพยากรธรรมชาติเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลทำให้ทรัพยากรธรรมชาติลดลง และทรัพยากรธรรมชาติที่เหลืออยู่ก็อยู่ในสภาพที่เสื่อมโทรม เกินความสามารถที่จะพัฒนาให้ฟื้นตัวได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งยังเกิดปัญหามลพิษจากชุมชนเมือง และย่านอุตสาหกรรม ตามมาด้วย


ปัจจุบันสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของไทยอยู่ในขั้นที่น่าเป็นห่วงทรัพยากร ธรรมชาติที่เคยมีอยู่ลดลงอย่างรวดเร็ว น่าใจหาย อาทิเช่น พื้นที่ป่าไม้ที่เคยมีอยู่ราว 171 ล้านไร่ หรือ 53.3 % เมื่อปี 2540 ปัจจุบันเหลืออยู่ไม่ถึง 25 % สัตว์ป่า 562 ชนิดถูกคุกคาม จนใกล้สูญพันธุ์ ปริมาณน้ำต่อหัวของประชากร 3,877 ลบ.ม./คน/ปี และมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ ทรัพยากรดินมีอยู่ 321 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมต่อการทำการเกษตรมากกว่าครึ่ง และอัตราการพังทลายของดินมีสูงถึง 108 ล้านไร่ ต่อปี ปัญหามลพิษ เช่นน้ำเสียพบว่า มีน้ำที่มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานถึงร้อยละ 37 ปัญหามลพิษทางอากาศ มีมากในเขตเมืองบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น ปัญหาขยะมูลฝอยจากชุมชนทั้งประเทศมีมากถึง 37,879 ตันต่อวัน ทั้งยังพบปัญหาของเสียอันตรายที่เกิดจากการประกอบการอุตสาหกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย


หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จึงได้ให้ความสนใจ และให้การสนับสนุน อย่าง จริงจัง ในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะท่านก็คือหนึ่งพลังที่จะช่วยพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมไทยให้ยั่งยืนต่อ ไป



ความเป็นมา

จากปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม ตลอดจนปัญหาภาวะมลพิษที่รุนแรง จนถึงขั้นที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนที่เกิดขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้างต้นนั้น โดยเนื้อหาใจความเกี่ยวกับสถานการณ์และปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งที่เกิดกับโลกและในประเทศ และได้ตรัสเตือนให้พสกนิกร ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา สิ่งแวดล้อม อย่างจริงจัง ด้วยความสุขุมรอบคอบ โดยให้ถือเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องปฏิบัติ มิใช่เพียงเพื่อ ประเทศไทยเท่านั้น หากเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของโลกด้วย







จากพระราชดำรัสดังกล่าว นับเป็นจุดเริ่มของการ เคลื่อนไหวในการดำเนินงาน เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานของรัฐ และเอกชน ในการสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์ทางสังคม เพื่อสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมของประชาชนในการรักษาสิ่งแวดล้อม ในส่วนของภาครัฐได้ให้ความสำคัญในเรื่องของสิ่งแวดล้อมมาเป็นอันดับแรก โดยได้ดำเนินการจัดกิจกรรมและรณรงค์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกันอย่างจริง จัง สำหรับภาคเอกชนได้เริ่ม ให้ความสำคัญ เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยมีการคำนึงถึงเรื่องผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนกระบวนการผลิตต่าง ๆ โดยมีการริเริ่มโครงการอนุรักษ์ และพัฒนาทางด้านสิ่งแวดล้อมและ


ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อประโยชน์ต่อชุมชน และสังคมส่วนรวม ของประเทศตลอดจนได้มี การจัดตั้งองค์กรใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นในรูปของมูลนิธิ ชมรม สมาคม เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อดำเนินงานการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อันแสดงให้เห็นถึงการรวมพลัง ของประเทศเพื่อร่วมกันพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศ


ดังนั้น คณะรัฐมนตรี ได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2534 มีมติเห็นชอบให้ วันที่ 4 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย ตามที่ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเสนอ และให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการให้ความร่วมมือ ในการดำเนินการด้วย










กิจกรรม

กรมส่งเสริมคุณภาพและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการส่งเสริม เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในการเสริมสร้างจิตสำนึก และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันดูแลอนุรักษ์รักษาสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรพัฒนาต่าง ๆ จัดกิจกรรมรณรงค์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การจัดนิทรรศการ การเสวนาและเปลี่ยนความคิดเห็น การจัดนิทรรศการ การประกวดภาพวาด และโครงการอื่นๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค อย่างต่อเนื่องกันมาโดยตลอดใน10 ปีที่ผ่านมา











แหล่งอ้างอิง

- ปิยะนาถ กลิ่นภักดี จากเว็บ tungsong.com/Important_Day/Thai_environment/index.asp

- 4 ธันวาคม วันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมคิด ร่วมทำ เพื่ออนาคตสิ่งแวดล้อมไทย. มติชน. : ( 4 ธ.ค. 43) หน้า 16

.- deqp.go.th/king/index.html

- กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
วันต้านเอดส์โลก วันเอดส์โลก
1 ธันวาคม ของทุกปี
วันเอดส์โลก
                องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดเอา วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปีเป็น“วันโลกต้านเอดส์” (WORLD AIDS DAY) และในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2532 ถือว่า เป็นวันโลกต้านเอดส์ครั้งแรก
                 ในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2532 ถือว่าเป็นวันโลกต้านเอดส์ครั้งแรก มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์หลายรูปแบบพร้อมกันทั่วโลก
โดยตั้งความหวังไว้ว่า
1.จะพยายามหยุดยั้งโรคเอดส์
2.ให้ความเห็นใจ ห่วงใย ต่อผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์
3.ให้ทุก ๆ คนได้รู้เรื่องโรคเอดส์
                  จากการที่องค์การอนามัยโลก ได้ให้ความสำคัญของโรคเอดส์ดังกล่าว ย่อมเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า โรคเอดส์เป็นโรคที่มีความรุนแรง มีผลกระทบต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคมและต่อประเทศชาติ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมากมาย
โรคเอดส์ (Acquired Immune Deficiency Syndrome) AIDS
A = Acquired หมายถึง ภาวะที่เกิดขึ้นภายหลังไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิด หรือไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
I = Immune หมายถึง ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
D = Deficiency หมายถึง ความบกพร่อง ความเสื่อม
S = Syndrome หมายถึง กลุ่มอาการของโรค ซึ่งมีอาการหลายลักษณะตามระบบต่าง ของร่างกาย
                   โรคเอดส์ (AIDS) หรือ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Acquired Immune Deficiency Syndrome) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ฮิวแมนอิมมิวโนเดฟีเซียนซีไวรัส (Human Immunodeficiency Virus) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า เอชไอวี (HIV) ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้กันต่ำลงเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกไวรัส ทำลายและเสียชีวิตจากโรคต่าง ๆ ที่เข้ามาซ้ำเติมในภายหลัง (เรียกว่าโรคฉวยโอกาส) เช่น วัณโรค ปอดบวม ติดเชื้อในระบบโลหิต เชื้อรา ฯลฯ
เชื้อไวรัสเอดส์นี้มีหลายสายพันธุ์
                       สายพันธุ์หลักดั้งเดิม ได้แก่ เอชไอวี-1 (HIV-1) ซึ่งแพร่ระบาดในแถบสหรัฐอเมริกา ยุโรป และแอฟริกา กลาง
                   สายพันธุ์เอชไอวี-2 (HIV-2) แพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก นอกจากนั้นยังมีสายพันธุ์ย่อยอื่น ๆ อีกมากมายตามเวลาที่ผ่านไป ทั้งนี้เนื่องจากเชื้อไวรัสเอดส์นี้สามารถกลายพันธุ์ได้ง่าย
อาการติดเชื้อเอดส์แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1
กลุ่มผู้ที่ตรวจพบเชื้อไวรัสเอดส์แต่ยังไม่ปรากฎอาการผิดปกติแต่อย่างใด บุคคลกลุ่มนี้จัดเป็นพาหะนำโรคซึ่งสามารถแพร่เชื้อไปสู่บุคคลอื่นได้อย่าง ไม่จำกัดจำนวนนับว่าเป็นแหล่งแพร่เชื้อที่สำคัญ เพราะผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ เป็นเวลานาน หากไม่มีการตรวจพบเชื้อจะไม่มีทางทราบได้เลย ว่าบุคคลนี้มีเชื้อไวรัสเอดส์อยู่ในร่างกาย จนกว่าจะมีอาการป่วยปรากฎออกมาให้เห็น
ระยะที่ 2
เป็นอาการที่พบได้ก่อนที่จะปรากฎอาการป่วยเป็นโรคเอดส์ (AIDS-Relate Complex) หรืออาจเรียกว่า กลุ่มอาการ ARC หมายถึง กลุ่มที่มีอาการ จะสังเกตได้จากอาการเรื้อรังที่ไม่ทราบสาเหตุในระยะนี้สามารถตรวจพบภูมิคุ้ม กันในเลือดของผู้มีอาการนำ หรืออาจจะสังเกตลักษณะของอาการได้ดังนี้
1.มีไข้สูงเกิน 37.8 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลานานไม่ต่ำกว่า 3 เดือน
2.น้ำหนักตัวลดลงมากกว่า 4.5 กิโลกรัม หรือมากว่าร้อยละ 10 ของน้ำหนักตัวเดิมภายใน 2 เดือน
3.ต่อมน้ำเหลืองตามร่างกายหลายแห่งบวมโตนานกว่า 3 เดือน
4.อุจจาระร่วงเรื้อรังนาน 1-3 เดือน
5.เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย มีเหงื่อออกตอนกลางคืน และพบว่าร้อยละ 20 ของกลุ่ม ARC จะมีอาการลุกลามไปเป็นโรคเอดส์ในเวลาต่อมา
6.แขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่งจะไม่มีเรี่ยวแรงและทำงานไม่ประสานกัน
ระยะที่ 3
เป็นระยะที่กลุ่มผู้ป่วยจะปรากฎอาการของโรคเอดส์ซึ่งอาการในระยะนี้แบ่งตาม อาการที่ปรากฏออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือการติดเชื้อชนิดฉวยโอกาส และอาการของโรคมะเร็ง
กลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเอดส์ สามารถแยกออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้
1.กลุ่มมีเพศสัมพันธ์ผิดธรรมชาติหรือสำส่อนทางเพศ เช่น กลุ่มรักร่วมเพศชาย กลุ่มรักต่างเพศ
2.กลุ่มผู้ติดยาเสพติด
3.กลุ่มที่รับเลือดหรือผลิตภัณฑ์จากเลือด
4.กลุ่มที่ได้รับเลือดจากมารดา
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก kapook

วันงดสูบบุหรี่โลก

วันงดสูบบุหรี่โลก

คำขวัญประจำปี 2555
“จับตา เฝ้าระวัง ยับยั้งอุตสาหกรรมยาสูบ (Tobacco Industry Interference)”
ตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ องค์กรอนามัยโลก ได้กำหนดให้

วันงดสูบบุหรี่โลก

วันงดสูบบุหรี่โลก
คำขวัญประจำปี 2555
“จับตา เฝ้าระวัง ยับยั้งอุตสาหกรรมยาสูบ (Tobacco Industry Interference)”
ตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ องค์กรอนามัยโลก ได้กำหนดให้วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้ทุกประเทศตระหนักถึงอันตราย และความสูญเสียทั้งทางสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมที่เกิดจากการสูบบุหรี่? ได้ประกาศให้มีการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ โดยใช้ชื่อว่า World Spidemic หรือการสูบบุหรี่เป็นโรคระบาดที่ระบาดอยู่ทั่วโลก
.
และประกาศเตือน เยาวชนที่เริ่มสูบบุหรี่ เมื่ออายุยังน้อย และสูบเป็นประจำ จะเสียชีวิตก่อนอายุขัยปกติ (ประมาณ ๗๐-๘๐ ปี) ถึง ๒๒ ปี
.ดังนั้นรัฐบาลไทย ได้ตระหนักถึงความสูญเสียชีวิตของประชากร ที่เกิดจากการสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่อง มาเป็นเวลาหลายปี ให้รับทราบถึงอันตราย โทษของการสูบบุหรี่ ซึ่งก็เป็นที่รู้ๆ กัน แต่จะให้เลิกสูบเลย เป็นเรื่องที่ยากมาก สำหรับผู้ที่ติดบุหรี่แล้ว
.จึงได้มีการรณรงค์ให้เลิกสูบบุหรี่ และกำหนดมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลนำมาใช้ โดยการดูแลของกระทรวงสาธารณสุข ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบุคลากรสาธารณสุข ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้สูบบุหรี่ พยายามเลิกสูบบุหรี่ไม่ว่าจะเลิกได้สำเร็จหรือไม่ก็ตาม ดังเช่น เมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงสาธารณสุข ประกาศบังคับใช้ มาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้มีการพิมพ์ คำเตือน โทษของการสูบบุหรี่ที่ข้างซอง มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๘ เป็นต้นไป ตัวอย่างดังภาพ ข้างล่าง
.
.
สูบแล้วแก่เร็ว
ควันบุหรี่จะทำร้ายลูก
สูบแล้วจะมีกลิ่นปาก
สูบแล้วถุงลมพองตาย
ควันบุหรี่ฆ่าคนตายได้
ควันบุหรี่ ทำให้เกิด มะเร็งปอด
ปี พ.ศ. คำขวัญภาษาไทย คำขวัญภาษาอังกฤษ
2531 “บุหรี่หรือสุขภาพ ต้องเลือกสุขภาพ” Between tobacco and health,choose health
2532 “ตายผ่อนส่งด้วยบุหรี่ สิ้นศักดิ์ศรีสตรีไทย” The female smoker : at added risk
2533 “เติบโตอย่างสดใส ห่างไกลจากบุหรี่” Growing up without tobacco
2534 “ปีแห่งการรณรงค์ สาธารณสถานและยวดยานปลอดควันบุหรี่” Public places and transport : better be tobacco free
2535 ” ที่ทำงานปลอดบุหรี่ สุขภาพดี ชีวีปลอดภัย” Tobacco free work places : safer&healther
2536 “บุคลากรสาธารณสุขสร้างสรรค์สังคมปลอดบุหรี่” Health services,including health personne,against tobacco
2537 “ทุกสื่อร่วมใจต้านภัยบุหรี่” The media against tobacco
2538 “บุหรี่มีพิษภัย ทำลายไกลกว่าที่คิด” Tobacco costs more than you think
2539 “ศิลปะและกีฬาไม่พึ่งพาบุหรี่ ถวายองค์ภูมี ปีทรงครองราชย์” Sport and the arts without tobacco : planit tobacco free
2540 “โลกนี้สดใส ทุกฝ่ายร่วมใจ ต้านภัยบุหรี่” United for a tobacco-free world
2541 “เติบโตอย่างสดใส ห่างไกลจากบุหรี่” Growing up without tobacco
2542 “อนาคตมีคุณค่า เมื่อบอกลา เลิกบุหรี่” Leaving the pack behind
2543 “บันเทิงได้แม้ไร้ควันบุหรี่” (Siogan : Tobacco Kills – Don’t be Duped
Theme : Entertainment and Tobacco Promotion – Countering theDeception)
2544 ” เห็นใจคนรอบข้าง ร่วมสร้างอากาศสดใส ปลอดจากภัยควันบุหรี่” SECOND – HAND SMOKE . LET’S CLEAR THE AIR
2545 “กีฬาปลอดบุหรี่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ” Tobacco- Free Sports: Play it clean
2546 “ภาพยนตร์ปลอดบุหรี่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ “ Tobacco free films tobacco free fashion.
2547 “บุหรี่;ยิ่งสูบ:ยิ่งจน”
” ครอบครัวปลอดบุหรี่ จะมั่งมีและแข็งแรง”
Tobacco and Poverty (Avicious Circle)
2548 “ทีมสุขภาพร่วมใจ ขจัดภัยบุหรี่” Health Professionals and Tobacco Control
2549 “บุหรี่ทุกชนิด นำสู่ความตาย” Tabacco : Deadly in any form or disguise
2550 ?ไร้ควันบุหรี่ สิ่งแวดล้อมดี ชีวีสดใส? Smoke-Free Environments
2551 “เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจต้านภัยบุหรี่” Tobacco-Free Youth
2552 “บุหรี่มีพิษ ร่วมคิดเตือนภัย” Tobacco Health Warnings
2553 “หญิงไทยฉลาด ไม่เป็นทาสตลาดบุหรี่” Genderand Tobacco Withan Emphasis on Marketing to women
2554 “พิทักษ์สิทธิตามกฏหมาย มุ่งสู่สังคมไทยปลอดบุหรี่” The WHO Framework Convention on Tobacco Control
2555 “จับตา เฝ้าระวัง ยับยั้งอุตสาหกรรมยาสูบ” Tobacco Industry Interference

ที่มาจาก lib.ru.ac.th

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

วันงดสูบบุหรี่โลก
วันงดสูบบุหรี่โลก
ทุกๆปีวันที่ 31 พฤษภาคม เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก(ใจจริง อยากให้เป็นวันเลิกบุหรี่โลกไปเลย) ที่ทางองค์การอนามัยโลก เริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ปี 1988 เพื่อให้คนทั่วโลกเห็นถึงอันตรายของ บุหรี่ …

ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้ทุกประเทศตระหนักถึงอันตราย และความสูญเสียทั้งทางสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมที่เกิดจากการสูบบุหรี่? ได้ประกาศให้มีการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ โดยใช้ชื่อว่า World Spidemic หรือการสูบบุหรี่เป็นโรคระบาดที่ระบาดอยู่ทั่วโลก
.
และประกาศเตือน เยาวชนที่เริ่มสูบบุหรี่ เมื่ออายุยังน้อย และสูบเป็นประจำ จะเสียชีวิตก่อนอายุขัยปกติ (ประมาณ ๗๐-๘๐ ปี) ถึง ๒๒ ปี
.ดังนั้นรัฐบาลไทย ได้ตระหนักถึงความสูญเสียชีวิตของประชากร ที่เกิดจากการสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่อง มาเป็นเวลาหลายปี ให้รับทราบถึงอันตราย โทษของการสูบบุหรี่ ซึ่งก็เป็นที่รู้ๆ กัน แต่จะให้เลิกสูบเลย เป็นเรื่องที่ยากมาก สำหรับผู้ที่ติดบุหรี่แล้ว
.จึงได้มีการรณรงค์ให้เลิกสูบบุหรี่ และกำหนดมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลนำมาใช้ โดยการดูแลของกระทรวงสาธารณสุข ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบุคลากรสาธารณสุข ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้สูบบุหรี่ พยายามเลิกสูบบุหรี่ไม่ว่าจะเลิกได้สำเร็จหรือไม่ก็ตาม ดังเช่น เมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงสาธารณสุข ประกาศบังคับใช้ มาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้มีการพิมพ์ คำเตือน โทษของการสูบบุหรี่ที่ข้างซอง มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๘ เป็นต้นไป ตัวอย่างดังภาพ ข้างล่าง
.
.
สูบแล้วแก่เร็ว
ควันบุหรี่จะทำร้ายลูก
สูบแล้วจะมีกลิ่นปาก
สูบแล้วถุงลมพองตาย
ควันบุหรี่ฆ่าคนตายได้
ควันบุหรี่ ทำให้เกิด มะเร็งปอด
? คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี
ปี พ.ศ. คำขวัญภาษาไทย คำขวัญภาษาอังกฤษ
2531 “บุหรี่หรือสุขภาพ ต้องเลือกสุขภาพ” Between tobacco and health,choose health
2532 “ตายผ่อนส่งด้วยบุหรี่ สิ้นศักดิ์ศรีสตรีไทย” The female smoker : at added risk
2533 “เติบโตอย่างสดใส ห่างไกลจากบุหรี่” Growing up without tobacco
2534 “ปีแห่งการรณรงค์ สาธารณสถานและยวดยานปลอดควันบุหรี่” Public places and transport : better be tobacco free
2535 ” ที่ทำงานปลอดบุหรี่ สุขภาพดี ชีวีปลอดภัย” Tobacco free work places : safer&healther
2536 “บุคลากรสาธารณสุขสร้างสรรค์สังคมปลอดบุหรี่” Health services,including health personne,against tobacco
2537 “ทุกสื่อร่วมใจต้านภัยบุหรี่” The media against tobacco
2538 “บุหรี่มีพิษภัย ทำลายไกลกว่าที่คิด” Tobacco costs more than you think
2539 “ศิลปะและกีฬาไม่พึ่งพาบุหรี่ ถวายองค์ภูมี ปีทรงครองราชย์” Sport and the arts without tobacco : planit tobacco free
2540 “โลกนี้สดใส ทุกฝ่ายร่วมใจ ต้านภัยบุหรี่” United for a tobacco-free world
2541 “เติบโตอย่างสดใส ห่างไกลจากบุหรี่” Growing up without tobacco
2542 “อนาคตมีคุณค่า เมื่อบอกลา เลิกบุหรี่” Leaving the pack behind
2543 “บันเทิงได้แม้ไร้ควันบุหรี่” (Siogan : Tobacco Kills – Don’t be Duped
Theme : Entertainment and Tobacco Promotion – Countering theDeception)
2544 ” เห็นใจคนรอบข้าง ร่วมสร้างอากาศสดใส ปลอดจากภัยควันบุหรี่” SECOND – HAND SMOKE . LET’S CLEAR THE AIR
2545 “กีฬาปลอดบุหรี่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ” Tobacco- Free Sports: Play it clean
2546 “ภาพยนตร์ปลอดบุหรี่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ “ Tobacco free films tobacco free fashion.
2547 “บุหรี่;ยิ่งสูบ:ยิ่งจน”
” ครอบครัวปลอดบุหรี่ จะมั่งมีและแข็งแรง”
Tobacco and Poverty (Avicious Circle)
2548 “ทีมสุขภาพร่วมใจ ขจัดภัยบุหรี่” Health Professionals and Tobacco Control
2549 “บุหรี่ทุกชนิด นำสู่ความตาย” Tabacco : Deadly in any form or disguise
2550 ?ไร้ควันบุหรี่ สิ่งแวดล้อมดี ชีวีสดใส? Smoke-Free Environments
2551 “เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจต้านภัยบุหรี่” Tobacco-Free Youth
2552 “บุหรี่มีพิษ ร่วมคิดเตือนภัย” Tobacco Health Warnings
2553 “หญิงไทยฉลาด ไม่เป็นทาสตลาดบุหรี่” Genderand Tobacco Withan Emphasis on Marketing to women
2554 “พิทักษ์สิทธิตามกฏหมาย มุ่งสู่สังคมไทยปลอดบุหรี่” The WHO Framework Convention on Tobacco Control
2555 “จับตา เฝ้าระวัง ยับยั้งอุตสาหกรรมยาสูบ” Tobacco Industry Interference

ที่มาจาก lib.ru.ac.th

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

วันงดสูบบุหรี่โลก
วันงดสูบบุหรี่โลก
ทุกๆปีวันที่ 31 พฤษภาคม เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก(ใจจริง อยากให้เป็นวันเลิกบุหรี่โลกไปเลย) ที่ทางองค์การอนามัยโลก เริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ปี 1988 เพื่อให้คนทั่วโลกเห็นถึงอันตรายของ บุหรี่ …

วันต้นไม้แห่งชาติ 






วันที่   ๑๒   พฤษภาคมของทุกปีเป็น  “วันต้นไม้แห่งชาติ”  ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติของรัฐบาลที่ประกาศเมื่อปลายปี  ๒๕๒๘  กำหนดให้ปี  ๒๕๒๘ -  ๒๕๓๑  เป็นปีต้นไม้แห่งชาติ  และให้วันวิสาขบูชาเป็นวันต้นไม้แห่งชาติ   หลังจากพบว่าป่าไม้ถูกทำลายไปอย่างรวดเร็วและแผนการดูแลบำรุงรักษาตลอดจนการ ปลูกป่าทดแทนยังไม่ดีพอ   การมีประกาศดังกล่าวมีจุดประสงค์จะทำให้คนไทยตระหนักในคุณค่าของทรัพยากร ป่าไม้มากขึ้น  จะได้ช่วยกันอนุรักษ์ ไม่ตัดไม้ทำลายป่าและใช้ทรัพยากรฯ  อย่างประหยัด-คุ้มค่า  เพื่อรุ่นลูกรุ่นหลานจะได้มีทรัพยากรใช้กันต่อๆไป

เมื่อ สิบกว่าปีก่อนได้เคยมีผู้คำนวนปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากต้นไม้ของคนไทย กัน  แล้วพบว่าคนหนึ่งคนจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากต้นไม้ถึงปีละสี่ต้นครึ่งโดย ประมาณ  (๔.๕ ต้น) ในขณะที่ต้นไม้แต่ละต้นต้องใช้เวลาในการเจริญเติบโตนานตั้งแต่  ๕ - ๑๐ ปีทีเดียว  เรียกว่าโตไม่ทันใช้     และถึงแม้จะมีการปลูกป่าทดแทน  มีการรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์ป่าก็ตาม  แต่ยิ่งนานวันจำนวนประชากรก็ยิ่งมากขึ้น เราจึงยังได้พบกับความเสียหายอย่างรุนแรงที่มีสาเหตุจากธรรมชาติบ่อยครั้งใน ปัจจุบัน  ที่เห็นและสัมผัสได้ง่ายที่สุดก็คือ  อากาศร้อนขึ้น   ความแห้งแล้งขยายพื้นที่กว้างขึ้นกว่าแต่ก่อน  ฝนไม่ตกตามฤดู   เวลาตกก็ดูเหมือนว่ามีปริมาณมาก  เพราะเกิดน้ำไหลบ่าเข้าท่วมในพื้นที่ที่ไม่เคยมีน้ำท่วมถึงมาก่อน   เนื่องจากขาดแคลนต้นไม้ใหญ่คอยทำหน้าที่ดูดซับน้ำ  และ ช่วยชะลอความเร็ว - ความแรงเหมือนแต่ก่อน  นี่ยังไม่ได้รวมเอาเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่งเข้ามาด้วยซ้ำไป  นั่นคือเรื่องที่เราทุกคนต่างก็อาศัยต้นไม้ทำหน้าที่เป็นเครื่องฟอกอากาศ ธรรมชาติให้ได้มีอากาศบริสุทธิ์หายใจกันทุกวัน   ถ้าต้นไม้ขาดแคลนก็จะเท่ากับว่าเราจะหายใจอากาศที่ไม่บริสุทธิ์เท่าที่ควร เข้าไป  แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับมนุษย์เราในเวลาต่อจากนี้

ตัวอย่าง ที่ยกมาเพียงเท่านี้ก็คิดว่าทุกคนน่าจะได้ถามตัวเองแล้วละว่า  ถึงเวลาหรือยังที่จะจริงจังกับการใช้ผลิตภัณฑ์สารพัดอย่างที่แปรรูปจาก ต้นไม้อย่างประหยัดและคุ้มค่ากันเสียที  รวมถึงช่วยกันปลูกต้นไม้ด้วย  ไม่ต้องอะไรมาก เพียงในวันต้นไม้แห่งชาตินี้ ปลูกต้นไม้คนละต้นเท่านั้น  ก็จะช่วยให้ธรรมชาติที่เสียหายไปค่อยๆ  ฟื้นตัวขึ้นมา  ร่วมใจกันจริงจังนานๆ เข้า ก็คงไม่นานเกินรอที่เราจะได้รับผลดีๆจากธรรมชาติกลับคืนมา  มีความสุขสบายไปจนถึงคนในชั้นลูกชั้นหลานต่อๆ กันไป

ดาบตำรวจ วิชัย สุรยุทธ
เมื่อ พูดถึงเรื่องของความร่วมมือร่วมใจกันปลูกต้นไม้ในวันต้นไม้แห่งชาติ  หลายๆ คนคงยังจำเรื่องของดาบตำรวจวิชัย สุรยุทธได้ดี  เพราะเป็นข่าวเป็นคราวโด่งดังไปทั่วเมืองว่าเขาได้เที่ยวปลูกต้นไม้ในทุก ที่  ที่พอจะหยอดเมล็ดพันธุ์ลงไปได้ โดยใช้เวลาเช้าก่อนเริ่มงานและเย็นหลังเลิกงาน  ถือเป็นกิจวัตรมานานนับ ๒๐ ปี     ถ้าจะนับจำนวนต้นไม้ที่ปลูกมาแล้วก็มีจำนวนถึงประมาณ   ๒ ล้านต้น  ทีเดียว   ที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือแนวความคิดในการปลูกต้นไม้ของเขา  เพราะเขาจะเลือกปลูกต้นไม้ที่จะก่อประโยชน์ให้ชุมชน  คือเมื่อต้นไม้โตชาวบ้านสามารถจะนำไปใช้สอยสร้างบ้านเรือนได้   ใช้เป็นอาหารได้  และเก็บขายได้เป็นต้น ซึ่งนี่เองเท่ากับเป็นการปลูกฝังให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญของการปลูกต้นไม้ ว่าต้นไม้สามารถเป็นแหล่งอาหารและแหล่งรายได้ของตน  ทำให้เกิดจิตสำนึกที่จะช่วยกันดูแลรักษาและหวงแหนในทรัพยากรป่าไม้  
ความดีที่ ดาบฯ วิชัยฯ ทำมาอย่างยาวนาน  โดยไม่ได้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์สิ่งที่ตนทำเลย  กลับจะถูกหาว่าเป็นคนจิตผิดปกติด้วยซ้ำไปนั้น ณ วันนี้นอกจากคนทั่วไปจะได้เข้าใจในความมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับธรรมชาติสิ่ง แวดล้อมของดาบตำรวจวิชัยฯ  แล้ว  ผลดีก็ได้เกิดต่อชุมชนของเขา  คนไทยอื่นๆที่ร่วมแผ่นดินอยู่ก็พลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วยทางอ้อม  และที่สุด  ดาบตำรวจวิชัย  สุรยุทธ  ได้รับพระราชทานลื่อนยศเป็นร้อยตำรวจตรีแล้ว ตั้งแต่วันที่  ๒๖  กันยายน  ๒๕๔๘   หวังว่าคนอื่นๆ จะได้นำแนวคิดของร้อยตำรวจตรีวิชัย  สุรยุทธไปใช้บ้าง   เริ่มจากวันต้นไม้แห่งชาตินี้เลยก็จะดี
 
     15 ค่ำเดือน 6 คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันต้นไม้แห่งชาติ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้คนไทย ตระหนักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ อันจะเป็นหนทางนำไปสู่การอนุรักษ์และรู้จักการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ธรรมชาติอย่างคุ้มค่า เพื่อเก็บรักษาไว้ให้ลูกหลานต่อไปในอนาคต
     ป่าไม้นับเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญในด้านสังคมและเศรษฐกิจ เมื่อจำนวนประชากรของประเทศเพิ่มขึ้น ความต้องการในด้านบริโภคย่อมขยาตัวตามไปด้วย แต่เนื่องจากทรัพยากรบางประเภทมีอยู่อย่างจำกัด เช่น ที่ดิน ป่าไม้ สินแร่ ถ่านหิน น้ำมัน ฯลฯ โดยเฉพาะ ทรัพยากรป่าไม้ เป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ได้โดยง่าย แต่การปลูกทดแทนต้องรอเวลาและใช้งบประมาณสูงในการดูแลรักษาทำนุบำรุง
     ดังนั้นปลายปี พ.ศ.2528 รัฐบาลจึงได้ประกาศนโยบายป่าไม้แห่งชาติ เพื่อให้การจัดการและการพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ สามารถกระทำได้อย่างต่อเนื่องเป็นแผนระยะยาว และประสานสอดคล้องกับการพัฒนาทรัพยากรชนิดอื่นๆ และเพื่อให้ส่วนราชการรวมทั้งภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้มีความเข้าใจร่วมกันและถือปฏิบัติไปในทางเดียวกัน
     นโยบายป่าไม้แห่งชาติ ได้กำหนดไห้ให้มีพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศในอัตราร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ ทั้งนี้ได้กำหนดไว้เป็นป่าเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและป้องกันภัย ธรรมชาติอันเกิดจากน้ำท่วมและการพังทลายของดิน ตลอดทั้งเพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัยและนันทนาการของประชาชน คิดเป็นร้อยละ 15 ของพื้นที่ประเทศ ส่วนอีกร้อยละ 25 นั้น รัฐบาลได้กำหนดไว้เป็นป่าเศรษฐกิจเพื่อการผลิตไม้และของป่า
     คุณประโยชน์ป่าไม้สำหรับมนุษย์และสัตว์โลกนั้น มีทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงได้แก่การนำมาเป็นอาหาร ยารักาาโรค ที่อยู่อาศัย ทำเส้นใยเครื่องนุ่งห่ม ทำสิ่งปลูกสร้างอาศัย ใช้เป็นวัตถุเคมี ฯลฯ
ในทางอ้อม ป่าไม้เป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้ฝนตก และทำให้เกอดความชุ่มชื้น ช่วยบรรเทาความร้ายแรงของพายุ ช่วยป้องกันการพังทลายของหน้าดิน เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ฯลฯ
     แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ป่าไม้ได้ถูกทำลายอย่างรวดเร็วทั้งจากภัยธรรมชาติ เช่น ไฟป่า แต่สิ่งที่อันตรายที่สุดก็คือ การตัดไม้ทำลายป่า อันเป็นทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดมาใช้อย่างขาดแผนการดูแลบำรุงรักษาและปลูกทด แทน
จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 ได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปีเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ทั้งนี้นอกจากเพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในด้านป่าไม้และสิ่งแวดล้อมแล้วยังเป็นการปลูกจิตสำนึกของประชาชนให้มีความ รักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้อีกด้วย
กิจกรรมในวันป่าไม้แห่งชาติ
  1. จัดนิทรรศการ เอกสารเผยแพร่คุณประโยชน์และความสำคัญของป่าไม้ รวมทั้งการอนุรักษ์
  2. ร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับวันต้นไม้แห่งชาติ ซึ่งจัดโดยภาครัฐบาล หรือเอกชนต่างๆ เช่นปลูกต้นไม้ การป้องกันไฟป่า ปลูกต้นไม้บริเวณสถานที่ของหน่วยงานและที่สาธารณประโยชน์ โรงเรียน ศาสนสถาน เป็นต้น
ขอบคุณข้อมูลจาก
  •  panyathai.or.th

ที่มา
     - วันต้นไม้แห่งชาติ  : http://www.tungsong.com/.
     - พิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิต  จัดทำโดยกลุ่มคนรักต้นไม้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
     - ในวันวารมีความทรงจำ : รอมแพง อริยมาศ  : นิตยสารกุลสตรี  พย. ๔๘

ข้อมูลจาก : บทความพิเศษประกอบรายการของสถานีวิทยุ อสมท.  เรื่อง "วันต้นไม้แห่งชาติ"  ผลิตโดย  งานบริการการผลิต  ส่วนสนับสนุนการผลิตวิทยุ  ฝ่ายออกอากาศวิทยุกรุงเทพ

วันวิสาขบูชา




           วัน วิสาขบูชา 2555 ตรงกับวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน ในปีนี้นับเป็นอภิลักขิตกาลพิเศษ คือเป็นปีที่ครบ 2,600 พุทธศตวรรษ หรือ 2,600 ปี แห่งการอุบัติขึ้นของพระพุทธศาสนา และเชื่อว่าทุกคนรู้จักชื่อวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอย่างวันวิสาขบูชากันดี อยู่แล้ว แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบความเป็นมา และความสำคัญของ วันวิสาขบูชา ถ้างั้นอย่ารอช้า...เราไปค้นหาความหมายของ วันวิสาขบูชา และอ่าน ประวัติวันวิสาขบูชา พร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ

ความหมายของ วันวิสาขบูชา

          คำว่า วิสาขบูชา ย่อมาจากคำว่า "วิสาขปุรณมีบูชา" แปลว่า "การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ" ดังนั้น วิสาขบูชา จึงหมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือน 6
 การกำหนด วันวิสาขบูชา

          วันวิสาขบูชา ตรง กับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งมักจะตรงกับเดือนพฤษภาคม หรือมิถุนายน แต่ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 7 หรือราวเดือนมิถุนายน

          อย่างไรก็ตาม ในบางปีของบางประเทศอาจกำหนด วันวิสาขบูชา ไม่ตรงกับของไทย เนื่องด้วยประเทศเหล่านั้นอยู่ในตำแหน่งที่ต่างไปจากประเทศไทย ทำให้วันเวลาคลาดเคลื่อนไปตามเวลาของประเทศนั้นๆ
ประวัติวันวิสาขบูชา และความสำคัญของ วันวิสาขบูชา

          วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่เกิด 3 เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวียนมาบรรจบกันในวันเพ็ญเดือน 6 แม้จะมีช่วงระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี ซึ่งเหตุการณ์อัศจรรย์ 3 ประการ ได้แก่...


วันวิสาขบูชา

1. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ
          เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางแปรพระราชฐานไปประทับ ณ กรุงเทวทหะ เพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตามประเพณีนิยมในสมัยนั้น ขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพินีวัน พระนางก็ได้ประสูติพระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ครั้นพระกุมารประสูติได้ 5 วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า "สิทธัตถะ" แปลว่า "สมปรารถนา"
          เมื่อข่าวการประสูติแพร่ไปถึงอสิตดาบส 4 ผู้อาศัยอยู่ในอาศรมเชิงเขาหิมาลัย และมีความคุ้นเคยกับพระเจ้าสุทโธทนะ ดาบสจึงเดินทางไปเข้าเฝ้า และเมื่อเห็นพระราชกุมารก็ทำนายได้ทันทีว่า นี่คือผู้จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงกล่าวพยากรณ์ว่า "พระ ราชกุมารนี้จักบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ เห็นแจ้งพระนิพพานอันบริสุทธ์อย่างยิ่ง ทรงหวังประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก จะประกาศธรรมจักรพรหมจรรย์ของพระกุมารนี้จักแพร่หลาย" แล้วกราบลงแทบพระบาทของพระกุมาร พระเจ้าสุทโธทนะทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์นั้นทรงรู้สึกอัศจรรย์และเปี่ยมล้น ด้วยปีติ ถึงกับทรุดพระองค์ลงอภิวาทพระราชกุมารตามอย่างดาบส


วันวิสาขบูชา

2. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตตรสัมโพธิญาณ

          หลังจากออกผนวชได้ 6 ปี จนเมื่อพระชนมายุ 35 พรรษา เจ้าชายสิทธัตถะก็ทรงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดของวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย

          สิ่งที่ตรัสรู้ คือ อริยสัจสี่ เป็นความจริงอันประเสริฐ 4 ประการของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จไปที่ต้นมหาโพธิ์ และทรงเจริญสมาธิภาวนาจนจิตเป็นสมาธิได้ฌานที่ 4 แล้วบำเพ็ญภาวนาต่อไปจนได้ฌาน 3 คือ
         
           ยามต้น : ทรงบรรลุ "ปุพเพนิวาสานุติญาณ " คือ ทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่นได้
           ยามสอง : ทรงบรรลุ "จุตูปปาตญาณ" คือ การรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ด้วยการมีตาทิพย์สามารถเห็นการจุติและอุบัติของวิญญาณทั้งหลาย
           ยามสาม หรือยามสุดท้าย : ทรงบรรลุ "อาสวักขญาณ" คือ รู้วิธีกำจัดกิเลสด้วย อริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน 6 ซึ่งขณะนั้นพระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ 35 พรรษา

วันวิสาขบูชา


3. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน (ดับสังขารไม่กลับมาเกิดสร้างชาติ สร้างภพอีกต่อไป)

          เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมเป็นเวลานานถึง 45 ปี จนมีพระชนมายุได้ 80 พรรษา ได้ประทับจำพรรษา ณ เวฬุคาม ใกล้เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนัก ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 6 พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ก็ไปรับภัตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทะ ตามคำกราบทูลนิมนต์ พระองค์เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทำถวายก็เกิดอาพาธลง แต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธุ์ปรินิพพาน

          เมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า "ดู ก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้ บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด" หลังจากนั้นก็เสด็จเข้าดับขันธุ์ปรินิพพาน ในราตรีเพ็ญเดือน 6 นั้น
                                                           
 ประวัติความเป็นมาของ วันวิสาขบูชา ในประเทศไทย

          ปรากฎหลักฐานว่า วันวิสาขบูชา เริ่มต้นครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี สันนิษฐานว่าได้รับแบบแผนมาจากลังกา นั่นคือ เมื่อประมาณ พ.ศ.420 พระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกา ได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา จากนั้นกษัตริย์ลังกา พระองค์อื่นๆ ก็ปฏิบัติประเพณีวิสาขบูชานี้สืบทอดต่อกันมา

          ส่วนการเผยแผ่เข้ามาในประเทศไทยนั้น น่าจะเป็นเพราะประเทศไทยในสมัยกรุงสุโขทัยมีความสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนา กับประเทศลังกาอย่างใกล้ชิด เห็นได้จากมีพระสงฆ์จากลังกาหลายรูปเดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา และนำการประกอบพิธีวิสาขบูชาเข้ามาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย

          สำหรับการปฏิบัติพิธีวิสาขบูชาในสมัยสุโขทัยนั้น ได้มีการบันทึกไว้ในหนังสือนางนพมาศ สรุปได้ว่า  เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระเจ้าแผ่นดิน ข้าราชบริพาร ทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัย จะช่วยกันประดับตกแต่งพระนคร ด้วยดอกไม้ พร้อมกับจุดประทีปโคมไฟให้ดูสว่างไสวไปทั่วพระนคร เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน เพื่อเป็นการบูชาพระรัตนตรัย ขณะที่พระมหากษัตริย์ และบรมวงศานุวงศ์ ก็ทรงศีล และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ ครั้นตกเวลาเย็นก็เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และนางสนองพระโอษฐ์ตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายในไปยังพระอารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธาน
ส่วนชาวสุโขทัยจะรักษาศีล ฟังธรรม ถวายสลากภัต สังฆทาน อาหารบิณฑบาตแด่พระภิกษุสามเณร บริจาคทานแก่คนยากจน ทำบุญไถ่ชีวิตสัตว์ ฯลฯ

          หลัง จากสมัยสุโขทัย ประเทศไทยได้รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์มากขึ้น ทำให้ในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไม่ปรากฎหลักฐานว่ามีการประกอบพิธีวิสาขบูชา จนกระทั่งมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2360) ทรงมีพระราชดำริที่จะให้ฟื้นฟูพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาใหม่ โดยสมเด็จพระสังฆราช (มี) สำนักวัดราชบูรณะ ถวายพระพรให้ทรงทำขึ้น เป็นครั้งแรก ในวันขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ  และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 6 พ.ศ.2360 และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการ เพื่อให้ประชาชนได้ทำบุญ ทำกุศล โดยทั่วหน้ากัน การรื้อฟื้นพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาในครานี้ จึงถือเป็นแบบอย่างถือปฏิบัติในการประกอบพิธี วันวิสาขบูชา ต่อเนื่องมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน
 วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติ
          วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญที่สุดทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากล้วนมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถือกำเนิดของพระพุทธศาสนา คือ เป็นวันที่พระศาสดา คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ดังนั้นพุทธศาสนิกชนทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับวันวิสาขบูชานี้ และ ในวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2542 องค์การสหประชาชาติได้ยอมรับญัตติที่ประชุม กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลก โดยเรียกว่า Vesak Day  ตามคำเรียกของชาวศรีลังกา ผู้ที่ยื่นเรื่องให้สหประชาชาติพิจารณา และได้กำหนดวันวิสาขบูชานี้ถือเป็นวันหยุดวันหนึ่งของสหประชาชาติอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ชาวพุทธทั่วโลกได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญเนื่องในวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระบรมศาสดา โดยการที่สหประชาชาติได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลกนั้น ได้ให้เหตุผลไว้ว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวล มนุษย์ เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนา เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณ โดยไม่คิดค่าตอบแทน


วันวิสาขบูชา

 การประกอบพิธีใน วันวิสาขบูชา

การประกอบพิธีใน วันวิสาขบูชา จะแบ่งออกเป็น 3 พิธี ได้แก่

           1. พิธีหลวง คือ พระราชพิธีสำหรับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ประกอบในวันวิสาขบูชา
           2. พิธีราษฎร์ คือ พิธีของประชาชนทั่วไป
           3. พิธีของพระสงฆ์ คือ พิธีที่พระสงฆ์ประกอบศาสนกิจ
 กิจกรรมใน วันวิสาขบูชา
กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติใน วันวิสาขบูชา ได้แก่
           1. ทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวร
           2.  จัดสำรับคาวหวานไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัด และปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา
           3. ปล่อยนกปล่อยปลา เพื่อสร้างบุญสร้างกุศล
           4. ร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถที่วัดในตอนค่ำ เพื่อรำลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
           5. ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา
           6. จัดแสดงนิทรรศการ ประวัติ หรือเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับวันวิสาขบูชาตามโรงเรียน หรือสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อให้ความรู้ และเป็นการร่วมรำลึกถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา
           7. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน วัดและสถานที่ราชการ
           8. บำเพ็ญสาธารณประโยชน์
 หลักธรรมที่สำคัญใน วันวิสาขบูชา ที่ควรนำมาปฏิบัติ

          ใน วันวิสาขบูชา พุทธศาสนิกชนทั้งหลายควรยึดมั่นในหลักธรรม ซึ่งหลักธรรมที่ควรนำมาปฏิบัติในวันวิสาขบูชา ได้แก่ 1. ความกตัญญู

          คือ การรู้คุณคน เป็นคุณธรรมที่คู่กับความกตเวที ซึ่งหมายถึงการตอบแทนคุณที่มีผู้ทำไว้ ความกตัญญูและความกตเวทีนี้ เป็นเครื่องหมายของคนดี ทำให้ครอบครัวและสังคมมีความสุข ซึ่งความกตัญญูกตเวทีนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้ง บิดามารดาและลูก ครูอาจารย์กับศิษย์ นายจ้างกับลูกจ้าง ฯลฯ

          ในพระพุทธศาสนา เปรียบพระพุทธเจ้าเสมือนกับบุพการี ผู้ชี้ให้เห็นทางหลุดพ้นแห่งความทุกข์ ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงควรตอบแทนด้วยความกตัญญูกตเวทีด้วยการทำนุบำรุงพระ พุทธศาสนา และดำรงพระพุทธศาสนาให้อยู่สืบไป
2. อริยสัจ 4
          คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ใน วันวิสาขบูชา ได้แก่

           ทุกข์ คือ ปัญหาของชีวิต สภาวะที่ทนได้ยาก ซึ่งทุกข์ขั้นพื้นฐาน คือ การเกิด การแก่ และการตาย ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญ ส่วนทุกข์จร คือ ทุกข์ที่เกิดขึ้นในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การพลัดพลาดจากสิ่งที่เป็นที่รัก หรือ ความยากจน เป็นต้น

           สมุทัย คือ ต้นเหตุของปัญหา หรือสาเหตุของการเกิดทุกข์ และสาเหตุส่วนใหญ่ของปัญหาเกิดจาก "ตัณหา" อันได้แก่ ความอยากได้ต่างๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

           นิโรธ คือ ความดับทุกข์ เป็นสภาพที่ความทุกข์หมดไป เพราะสามารถดับกิเลส ตัณหา อุปาทานออกไปได้

           มรรค คือ หนทางที่นำไปสู่การดับทุกข์ เป็นการปฎิบัติเพื่อแก้ปัญหา มี 8 ประการ ได้แก่ ความเห็นชอบ  ดำริชอบ  วาจาชอบ กระทำชอบ  เลี้ยงชีพชอบ  พยายามชอบ  ระลึกชอบ  ตั้งจิตมั่นชอบ

3. ความไม่ประมาท
          คือการมีสติตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไร พูดอะไร คิดอะไร ล้วนต้องใช้สติ เพราะสติคือการระลึกได้ การระลึกได้อยู่เสมอจะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ซึ่งความประมาทนั้นจะทำให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมา ดังนั้นในวันนี้พุทธศาสนิกชนจะพากันน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยความมีสติ


          วันวิสาขบูชา นับว่าเป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคน เป็นวันที่มีการทำพิธีพุทธบูชา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณ พระปัญญาคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสัตว์  อีกทั้งเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ทั้ง 3 ประการ ที่มาบังเกิดในวันเดียวกัน และนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติในการ ดำรงชีวิตค่ะ